Thursday, 3 September 2026
NEWS FEED

‘นิพนธ์’ ยืนยันปลดล็อกนกกรงหัวจุก!! ขอบคุณนายกฯ-รมว.ปลดล็อกนกกรงหัวจุก คืนวิถีชีวิตภาคใต้ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน เปิดทางเลี้ยงซื้อขายนกอย่างถูกกฎหมาย เตรียมจัดประกวดใหญ่ตุลาคม 69 ต่อยอดรายได้

“นิพนธ์” ขอบคุณ “นายกฯ อนุทิน-สุชาติ” ปลดล็อกนกกรงหัวจุก คืนวิถีคนใต้ ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้อย่างถูกกฎหมาย

วันนี้ (3 กันยายน 2569) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่รับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน และผลักดันการปลดล็อก “นกกรงหัวจุก” จนสามารถดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นายนิพนธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อเรียกร้องของประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนกกรงหัวจุกเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกิจกรรมของชุมชนมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ก็เคยมีการจัดกิจกรรมและการแข่งขันนกกรงหัวจุกอย่างคึกคัก

แต่ในระยะหลัง ผู้จัดกิจกรรมและประชาชนจำนวนมากไม่กล้าจัดการแข่งขันหรือดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองและการเพาะเลี้ยง ทำให้วิถีที่เคยมีอยู่ในชุมชนต้องซบเซาลง

“วันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่เห็นความสำคัญของเสียงจากประชาชนและช่วยกันผลักดันเรื่องนี้จนเกิดผล เพราะสำหรับพี่น้องในภาคใต้ นกกรงหัวจุกไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต อาชีพ และเศรษฐกิจของชุมชนโดยตรง” นายนิพนธ์ กล่าว

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การปลดล็อกครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับประชาชนในหลายด้าน ทั้งการเพาะพันธุ์และจำหน่ายนก การผลิตอาหารนก การทำกรงและอุปกรณ์ ซึ่งเป็นงานฝีมือและภูมิปัญญาของชาวบ้าน ตลอดจนการจัดการแข่งขันที่สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงไปถึงร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และการท่องเที่ยวในพื้นที่

การแข่งขันนกกรงหัวจุกยังมีความสำคัญต่อการคัดเลือกสายพันธ์ นกที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และขยายพันธุ์ต่อไป โดยนกที่มีคุณภาพมีน้ำเสียงดีจะมีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท เมื่อสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเปิดเผย ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพ และสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น

“จากนี้ประชาชนไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาจับกุม สามารถเลี้ยง เพาะพันธุ์ ซื้อขาย และจัดกิจกรรมได้อย่างเปิดเผยภายใต้กฎหมาย สิ่งเหล่านี้จะทำให้ภูมิปัญญาของชาวบ้านกลับมาสร้างรายได้ และสามารถพัฒนานกกรงหัวจุกให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจของพื้นที่ได้อย่างจริงจัง” นายนิพนธ์ กล่าว

นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2569 หรืออย่างช้าช่วงต้นปี 2570 มีแนวคิดที่จะจัดการแข่งขันและประกวดนกกรงหัวจุกครั้งใหญ่ เพื่อเป็นการประเดิมหลังการปลดล็อก พร้อมขอถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความคึกคัก ฟื้นฟูกิจกรรมของชุมชน และต่อยอดให้เกิดรายได้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

‘อรรถวิชช์’ จี้ส่งหลักฐานผลตรวจเหล็กตึก!! กมธ.การเงินฯ เรียก สมอ.–ปภ.–สตง. ชี้แจงหลักฐานตึก สตง.ถล่ม พบผลตรวจเหล็กบางส่วนตกมาตรฐาน ทวงคืนความเสียหายรัฐ

"อรรถวิชช์" ใช้กลไกกมธ.การเงินฯเรียกหลักฐานผลตรวจเหล็กและการก่อสร้างตึกถล่ม สตง. หลัง สตง.แจ้งว่าไม่เคยได้รับหลักฐาน

3 ก.ย.69 คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ได้เชิญสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมชี้แจงส่งหลักฐานผลการตรวจเหล็กและการก่อสร้างตึกสตง. ที่ถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

สส.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้รับผลทดสอบเหล็กหลายชนิดที่ใช้ในตึก สตง. ที่ถล่มไป จาก สมอ. โดยพบว่ามีเหล็กข้ออ้อยประเภท IF บางส่วนตกมาตรฐาน โดยได้ขอให้ สตง. รับไปดำเนินการตรวจสอบเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป และให้ สตง.ติดตามบริษัทประกันภัยที่ผู้ก่อสร้างได้ทำประกันไว้ด้วย เนื่องจากมีค่าสินไหมทดแทนที่ สตง.และผู้เสียหายต้องได้รับ รวมถึง ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับเรื่องไปเพื่อติดตามผลทางวิชาการในการตรวจสอบการออกแบบโครงสร้างและการก่อสร้างเพื่อช่วย สตง.ในการติดตามเรียกร้องค่าเสียหายอีกด้วยทั้งนี้เวลาผ่านมาปีกว่าหลักฐานชุดนี้ไม่เคยอยู่ในมือสตง.เลย

ตนยืนยันว่าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทำเต็มที่ให้เงินของแผ่นดินถูกทวงคืนอย่างเป็นธรรม

‘เอกนัฏ’ ลุยจัดระเบียบ Data Center !! ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันเกิน 1.5 แสนลิตร สั่งดำเนินคดีเด็ดขาดตามกฎหมาย เร่งสร้างสมดุลเศรษฐกิจ-ไม่กระทบปชช.

“เอกนัฏ” เอาจริง! ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี ย้ำต้องโตคู่เศรษฐกิจ-ไม่กระทบประชาชน

วันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี กรณีปัญหาการควบคุมศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันรัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างจริงจัง หลังพบประเด็นการจัดเก็บน้ำมันปริมาณมากเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบถังเก็บน้ำมันความจุเกิน 150,000 ลิตรที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย พร้อมเตรียม ปูพรมตรวจสอบ Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพฯ หากพบการดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มอง Data Center เพียงในมิติของการลงทุนหรือเศรษฐกิจ แต่ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และทรัพยากร โดยปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานาน 3-4 ปี และบางถังน้ำมันมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 จึงจำเป็นต้องเร่งจัดระบบให้ชัดเจน

“หากนำน้ำมันมาปั่นไฟสำรองใช้ในพื้นที่ชุมชน กทม. ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบใหม่ ต้องตรวจสอบจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและไม่กระทบประชาชน พร้อมวางเกณฑ์การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟที่เหมาะสม” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ ยังเปิดเผยว่า ได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ระงับส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่าการตรวจสอบ Data Center ทั้งระบบต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับ “หลักเดือน” เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างรอบด้านและรัดกุม

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลการจัดระเบียบใหม่ เพื่อให้การพัฒนา Data Center เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่า เรื่อง Data Center เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การขออนุญาตก่อสร้าง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ จึงต้องบูรณาการการทำงานของหลายกระทรวง พร้อมกำชับว่า ตอนนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้จริงจัง ระหว่างมีกฎหมายใหม่

สื่อไทยกล่าวร้ายคนอิสราเอล!! อิสราเอลชี้แจงปมข่าวนักท่องเที่ยวในไทย ท่ามกลางกระแสวิจารณ์บนโซเชียล ปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่เป็นจริง จับตาท่าทีตำรวจ–รัฐบาล

ได้เวลาโต้กลับโซเชี่ยลไทยบ้างแล้ว ทูตอิสราเอลออกโรง เข้าพบตำรวจ ปมสื่อไทยรังแกอิสราเอล และปฏิเสททุกข้อกล่าวหา ไม่เป็นความจริง

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกระแสสังคมไทยกับประเด็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติบางรายยังคงถูกจับตามอง หลังช่วงที่ผ่านมาเกิดข้อพิพาทหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลในพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายอิสราเอล โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยเข้าพบหน่วยงานตำรวจ เพื่อหารือเกี่ยวกับ ความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่มีทั้งข้อร้องเรียนจากคนไทยและการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สถานทูตอิสราเอลเคยออกมาชี้แจงกรณีข่าวนักท่องเที่ยวถูกกล่าวหาว่ารับประทานอาหารแล้วไม่จ่ายเงินในจังหวัดภูเก็ต ปฏิเสทว่าไม่ใช่อิสราเอล และหลายๆคลิปก็ไม่ใช่อิสราเอล
ประเด็นดังกล่าวยิ่งร้อนแรงขึ้น หลังมีกลุ่มเคลื่อนไหวของไทยออกมาประท้วงหน้าสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยกล่าวถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางราย รวมถึงประเด็นธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินในประเทศไทย

เรื่องนี้จึงยังต้องจับตา ทั้งท่าทีของตำรวจ รัฐบาล สถานทูตอิสราเอล และกระแสสังคมไทยต่อจากนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/100035437312032/posts/1751414159383144/?rdid=RAOj3CWkY8oBLDhV#

ขอแสดงความเสียใจ 'คุณป้าแบ็คแพ็ค' เสียชีวิตแล้ว วันที่ 3 ก.ย. 69 นี้ แจ้งข่าวถึงเพื่อนและแฟนคลับ กำหนดการพิธีแจ้งภายหลัง

แจ้งข่าวการเสียชีวิตของคุณป้านะครับ

คุณป้าแบ็คแพ็คได้จากไปอย่างสงบเมื่อเข้า

วันที่ 3  กันยายน 2569

จึงขอแจ้งข่าวให้ทั้งเพื่อนคุณแม่ที่อยู่ในเพจนี้ และผู้คนที่ชื่นชมในคุณแม่ด้วยครับ

กำหนดการของพิธีจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1606653620816788&id=100044164972969&post_id=100044164972969_1606653620816788&rdid=WiAmZDt4zoJG82Ry#

จากความหวังสู่ความเสียใจ ‘จอนนี่ มือปราบ’ เสียใจหนัก หลัง ‘ครูอำนาจ’ กลับไปดื่มอีกครั้ง เผยครอบครัวทำเต็มที่แล้ว ทุ่มเท 3 เดือนดึงลูกขึ้นจากโคลน วางแผนเต็มที่ดูแลใกล้ชิดทุกอย่าง แต่ไม่ผ่านบททดสอบใจกลับไปเมา

โพสต์ล่าสุด จากพี่จอนนี่ มือปราบ

ผมตื่นเช้ามา ทราบข่าวครูอำนาจกลับไปเมา แล้วหลุด  ผมกับลูกโคตรเสียใจมากๆครับ

ความรู้สึกผมดิ่งลงสุดๆเลยตอนนี้ ลูกชายผมถึงกับร้องไห้

3เดือน ที่ผมดึงขึ้นจากโคลน มาบำบัดรักษา ดูแล ช่วยเหลือ ตามใจเอาใจทุกอย่าง วางแผนการทุกอย่าง หลอกล่อทุกอย่าง เพื่อจะให้เขาได้ทานยา ให้เขาได้ไปอบสมุนไพร ให้เขาได้วิ่งออกกำลังกาย คือเขาขออะไร พูดอะไร ผมตามใจตลอด

ยอมเสียสละ ให้ลูกชายมาตื่นแต่เช้าวิ่งเป็นเพื่อน ในฐานะลูกศิษย์ เพื่อที่จะยกย่องเขาเป็นครูอีก

3เดือนอยู่กับผม เชื่อฟังผม มาโดยตลอด น่ารักสุดๆ จนมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น เป็นครูที่มีลูกศิษย์รักมากมาย

มาถึงวันที่เขาขอลากลับ ผมก็ถือเป็นบททดสอบจิตใจ ว่าจะผ่านบททดสอบนี้ได้หรือไม่ หากผ่าน การลงทุนสร้างยิมส์หลายล้านบาท ที่จะลงทุนให้เขาได้สอนมวย มีรายได้มั่นคง ผมคงจะลงทุนแบบไม่ต้องมีความกังวล จึงปล่อยเขากลับไป เป็นอีกแผนการวัดใจ!!

ผลปรากฏ “เขาไม่ผ่านบททดสอบ” เขาทำให้ผมผิดหวังสุดๆ  และเสียใจมากๆ

แปลกสุดๆ ไม่ถึง24ชั่วโมงไม่ทันข้ามวันเลย เขาหลุดขนาดนั้น

“ผมกราบขอโทษไปยังสังคมครับ ผม ลูกชายผม ภรรยาผม พวกเราได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เต็มที่ที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งครอบครัวๆหนึ่ง จะดึงมือคนที่จมโคลน ลุกขึ้นมายืนได้”

ฝากพี่น้องชาวศรีราชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยรักษาเขา ดูแลเขาแทนผมด้วยนะครับ

ผม ภรรยาผม ครอบครัวผม และลูกชายผม ยังคงรัก และคิดถึง เป็นห่วงเขามากๆ

3เดือนที่อยู่กับผม  ผมทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ผมขอโทษสังคม ผมขอโทษพี่น้องชาวศรีราชาครับ

ผมขอโทษจากหัวใจ

เห็นหน้าลูก น้ำตาผมไหลเลย

ที่มา : https://www.facebook.com/100063641362350/posts/1753329223465106/?rdid=RBwXtoBm23H8ZET7#

เชียร์ไทยอย่างมีสไตล์ SIRIVANNAVARI สินค้าคอลเลกชันพิเศษ CheerTeamThai เติมพลังใจให้นักกีฬาไทยก่อนลุยศึกที่ญี่ปุ่น เริ่มจำหน่าย 11 ก.ย. 69 นี้ ที่สยามพารากอน รายได้ส่วนหนึ่งหนุนพัฒนากีฬาพาราลิมปิกไทย

SIRIVANNAVARI เปิดตัวคอลเลกชันเฉพาะกิจ #CheerTeamThai เปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ผ่านหมวกและเสื้อกีฬา ที่ถ่ายทอดคาแรกเตอร์เดียวกับชุดพิธีการของนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม

สำหรับคอลเลกชั่นดังกล่าว ประกอบด้วย

· หมวกแก๊ป CheerTeamThai ผ้าดอนกอย ผูกหาง ราคา 2,900 บาท (มีจำนวนจำกัด และจำกัดการซื้อ 1 ใบ ต่อ 1 ท่าน)

· หมวกแก๊ป CheerTeamThai ผ้าไนลอน ผูกหาง ราคา 1,900 บาท

· หมวกแก๊ป CheerTeamThai ผ้าไนลอน ราคา 1,200 บาท

· เสื้อกีฬา CheerTeamThai ราคา 1,500 บาท

โดยคอลเลกชัน #CheerTeamThai จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกัน ใน วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 สยามพารากอน (เซาท์โซน) โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่าย จะนำไปสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิก โดย คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมส่งเสริมศักยภาพและพัฒนากีฬาพาราลิมปิกไทย

SIRIVANNAVARI ชวนคนไทยมาร่วมสร้างความภาคภูมิใจ และส่งเสียงเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 และเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 18 – 24 ตุลาคม 2569 ผ่านแฮชแท็ก #CHEERTEAMTHAI #SIRIVANNAVARI เพราะทุกเสียงเชียร์คือพลังที่ส่งต่อถึงนักกีฬาไทย และทุกก้าวสู่ชัยชนะ คือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10384486

“สวนนงนุชพัทยา” ปักหมุดบนสื่อระดับโลก!! AP พร้อมสื่อใหญ่ เผยพัทยา สู่จุดหมายครอบครัว ที่รวมธรรมชาติและวัฒนธรรม ‘นายกัมพล’ ชี้สวนนงนุชตอบโจทย์ทุกวัย ย้ำพัทยาหลากหลาย พร้อมก้าวสู่โลกกว้าง

สำนักข่าวระดับโลก AP กล่าวถึง “สวนนงนุชพัทยา” สะท้อนภาพใหม่พัทยาสู่ Family Destination

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 สำนักข่าว Associated Press (AP) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองพัทยา ประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ครอบครัวมากขึ้น โดยรายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อระดับนานาชาติ อาทิ ABC News และ The Washington Post ทำให้เรื่องราวของพัทยา รวมถึง สวนนงนุชพัทยา (Nong Nooch Tropical Botanical Garden) ได้รับการนำเสนอสู่สายตาผู้อ่านในวงกว้าง

หนึ่งในสถานที่ที่รายงานของ AP กล่าวถึงโดยตรงคือ สวนนงนุชพัทยา (Nong Nooch Tropical Botanical Garden) โดยนำเสนอถึงพื้นที่สวนและพรรณไม้อันกว้างใหญ่ รวมถึงการแสดงทางวัฒนธรรม สะท้อนอีกมิติของพัทยาที่มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า การที่สื่อต่างประเทศกล่าวถึงสวนนงนุชพัทยาในบริบทของภาพลักษณ์ใหม่ของเมืองพัทยา ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และสอดคล้องกับแนวทางที่สวนนงนุชมุ่งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับทุกช่วงวัย ทั้งครอบครัว เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ปัจจุบันสวนนงนุชพัทยารวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งสวนสวยและพรรณไม้จากทั่วโลก หุบเขาไดโนเสาร์ เมืองอียิปต์ ศิลปวัฒนธรรมไทย และกิจกรรมสำหรับครอบครัว ควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและการเรียนรู้

การปรากฏชื่อ Nong Nooch Tropical Botanical Garden ในรายงานของสำนักข่าวระดับโลกครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของ “พัทยาในมุมใหม่” ที่มีความหลากหลายมากขึ้น และพร้อมก้าวสู่การเป็นจุดหมายสำหรับครอบครัว ธรรมชาติ และวัฒนธรรมในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

ไทย–สิงคโปร์ ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์!! งานเลี้ยงต้อนรับผู้นำสิงคโปร์สุดอบอุ่น นายกฯ สองประเทศร่วมดนตรี Let It Be–Blowin’ in the Wind ‘อนุทิน’ ร้อง ‘ลอว์เรนซ์ หว่อง’ เล่นกีตาร์ สร้างช็อตอบอุ่นงานเลี้ยงผู้นำไทย–สิงคโปร์

“อนุทิน” จับไมค์ร้อง “ลอว์เรนซ์ หว่อง” เล่นกีตาร์ เพลง “Let It Be” และ “Blowin’ in the Wind” ช็อตประทับใจงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำสิงคโปร์สุดอบอุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และภริยา ในการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมการประชุม Thailand - Singapore Leaders' Retreat ครั้งที่ 5 ในวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 นายอนุทินได้ร้องเพลง 2 เพลง คือ “Let it be” ของ The Beatles และ “Blowin’ in the Wind” ผลงานของ Bob Dylan โดยนายลอว์เรนซ์ หว่อง ได้เล่นกีตาร์ในระหว่างที่นายอนุทินขับร้อง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

ขณะที่ Facebook ของนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์คลิประหว่างที่นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ เล่นดนตรีและร้องเพลง พร้อมข้อความระบุว่า โดยเมื่อนักดนตรีเจอกับนักดนตรี…ในงานเลี้ยงต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พวกเราก็ได้ฟังเพลง “Let it be”

ช่วงบ่ายได้แถลงการณ์ความร่วมมือยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงพลังงาน อาหาร เศรษฐกิจ การลงทุน AI อาเซียน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1590001376487245&id=100064321946557&rdid=puqN6jt9a8gukKu8#

แชมป์ก็ได้ MVP ก็มา!! ตบสาวไทยกวาดรางวัลเอเชีย “พรพรรณ–ศศิภาพร–ทัดดาว” ผงาดทีมยอดเยี่ยม 2026 หลังสร้างประวัติศาสตร์ที่เทียนจิน โค่นจีน 3-2 เซต พร้อมคว้าแชมป์ ตั๋วโอลิมปิก2028 และรางวัล MVP

"ชมพู่" พรพรรณ เกิดปราชญ์ คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026

“แชมป์ก็ได้ MVP ก็มา 3 สาวไทยผงาด คว้ารางวัลยอดเยี่ยม ศึกเอเชีย 2026

30 สิงหาคม 2569 #วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สร้างผลงานสุดยิ่งใหญ่ในศึก #วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 (AVC Women’s Continental Championship 2026) ที่ #เมืองเทียนจิน ประเทศ #จีน หลังพลิกสถานการณ์จากการตามหลังจีน 1-2 เซต กลับมาเอาชนะเจ้าภาพ 3-2 เซต คว้า #แชมป์เอเชียเป็นสมัยที่4 และ #คว้าสิทธิ์ ไปแข่งขัน #โอลิมปิกเกมส์2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย

เกมรอบชิงชนะเลิศจบลงด้วยสกอร์ จีน 2-3 ไทย
25-20, 11-25, 25-23, 18-25 และ 10-15

ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ไทยรักษาแชมป์เอเชียได้สำเร็จ หลังจากเคยคว้าแชมป์ในปี 2009, 2013 และ 2023 โดยศึกปี 2026 มีเดิมพันสำคัญกว่าทุกครั้ง เพราะแชมป์ทวีปเอเชียจะได้โควตาไปโอลิมปิก 2028 โดยตรง ขณะที่ 3 อันดับแรกจะได้สิทธิ์เข้าร่วมศึกชิงแชมป์โลก 2027

“ศศิภาพร” ระเบิดฟอร์ม 28 แต้ม
หนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของเกมรอบชิงชนะเลิศคือ ศศิภาพร จันทวิสูตร (Sasipapron Janthawisut) หมายเลข 11 ตำแหน่ง หัวเสา (Outside Hitter) ซึ่งทำคะแนนสูงสุดของทีมไทยถึง 28 คะแนน
ผลงานยืนยันบทบาทสำคัญในเกมรุกของไทยตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยก่อนหน้านี้ Volleyball World เคยรายงานว่าเธอเป็นหนึ่งในตัวทำคะแนนหลักของไทยใน VNL 2026 และทำ 21 คะแนนในเกมที่ไทยเอาชนะบัลแกเรีย 3-0 เซต

BEST 6 ของเอเชีย 2026 ไทยติดถึง 3 คน
นอกจากถ้วยแชมป์แล้ว #ผู้เล่นไทย ยัง #ติดทีมยอดเยี่ยม ประจำการแข่งขันหลายตำแหน่ง โดยรายชื่อ “Best 6”

หัวเสา (Outside Hitter)
#ศศิภาพรจันทวิสูตร (Sasipapron Janthawisut)
หมายเลข 11 MVP ตำแหน่งหัวเสา (Outside Hitter)

จวง อวี่ซาน (Zhuang Yushan)
หมายเลข 2 ตำแหน่งหัวเสา (Outside Hitter)
ผู้เล่นจีนที่มีบทบาทสำคัญในเกมรุกของเจ้าภาพ และทำได้ 21 คะแนนในรอบชิงชนะเลิศ

บอลเร็ว (Middle Blocker)
หวัง หยวนหยวน (Wang Yuanyuan)
หมายเลข 7 ตำแหน่งบอลเร็ว (Middle Blocker)
อีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีมจีน โดยเฉพาะการสกัดเกมรุกหน้าเน็ต

#ทัดดาวนึกแจ้ง (Thatdao Nuekjang)
MVP บอลเร็ว (Middle Blocker)
ทัดดาวยังคงเป็นหนึ่งในแกนหลักของทีมไทย ทั้งเกมบล็อกและการทำคะแนนจากบอลเร็ว โดยในรอบชิงชนะเลิศทำไป 18 คะแนน และมีบล็อกทำแต้มหลายครั้ง

บีหลัง (Opposite)
วาดะ ยูกิโกะ (Yukiko Wada)
หมายเลข 1 ตำแหน่งบีหลัง (Opposite)
ตัวทำคะแนนสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีผลงานโดดเด่นตลอดการแข่งขัน

ตัวรับอิสระ (Libero)
หวัง เหมิงเจี๋ย (Wang Mengjie)
หมายเลข 18 ตำแหน่งตัวรับอิสระ (Libero)
ผู้เล่นแนวรับของจีนที่ได้รับการยอมรับจากผลงานด้านการรับเสิร์ฟและเกมรับ

มือเซต (Setter)
#พรพรรณเกิดปราชญ์ (Pornpun Guedpard)
หมายเลข 3 ตำแหน่งมือเซต (Setter)
ยังได้ MVP #ผู้เล่นทรงคุณค่า เป็นรางวัลใหญ่ ไปด้วย พรพรรณทำหน้าที่ควบคุมจังหวะเกมรุกของไทย กระจายบอลให้หัวเสา บอลเร็ว และบีหลัง ทำให้เกมไทยสามารถเปลี่ยนจังหวะได้ตลอดการแข่งขัน

Cr. ThaiTribune

ที่มา : https://www.facebook.com/100069242419146/posts/1389423770042357/?rdid=UdbSQFGfutYYwhNF#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top